จนกว่าเราจะพบกันอีก
ช่วยคนบางคนวันนี้
จาก “วันนี้ฉันทำอะไรให้ใครบ้าง” เลียโฮนา, พ.ย. 2009, 103–107
เราเป็นพระหัตถ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงพึ่งเรา
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ความตั้งใจ ของสมาชิกแต่ละคนของศาสนจักรคือรับใช้และช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก ที่บัพติศมาเราทำพันธสัญญาว่าจะ “แบกภาระของกันและกัน, เพื่อมันจะได้เบา” [โมไซยาห์ 18:8] มีกี่ครั้งที่ใจท่านอ่อนไหวเมื่อท่านเห็นความขัดสนของผู้อื่น บ่อยเพียงใดที่ท่าน ตั้งใจ จะเป็นคนที่ช่วย แต่บ่อยเพียงใดที่การดำเนินชีวิตแต่ละวันถูกรบกวน ท่านไม่ทำอะไร และปล่อยให้คนอื่นช่วยโดยรู้สึกว่า “อ๋อ จะมีคนดูแลความต้องการนั้นแน่นอน”
เรามัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเรา อย่างไรก็ตาม ถ้าเราถอยกลับมามองอย่างพินิจพิเคราะห์ว่าเรากำลังทำอะไร เราอาจพบว่า … บ่อยเหลือเกินที่เราใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลเรื่องที่ไม่สลักสำคัญแต่อย่างใดในแผนโดยรวมของชีวิต โดยไม่สนใจอุดมการณ์เหล่านั้นที่สำคัญกว่า …
มีผู้ต้องการความเอาใจใส่ กำลังใจ ความช่วยเหลือ การปลอบโยน ความเมตตาจากเราอยู่รายรอบ—ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นสมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิทมิตรสหาย หรือคนแปลกหน้า เราคือพระหัตถ์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกโดยมีพระบัญชาให้รับใช้และให้กำลังใจบุตรธิดาของพระองค์ พระองค์ทรงพึ่งเราแต่ละคน …
ขอให้เนื้อร้องของเพลงสวดคุ้นหูซึมซาบจิตวิญญาณของเรา …
ฉันทำความดีบ้างหรือไม่ในโลกวันนี้?
ฉันปรานีคนขัดสนบ้างไหม?
ฉันได้ปลอบคนหมองหม่นช่วยคนให้เบิกบานไหม?
หากไม่ฉันล้มเหลวแน่นา
มีภาระใครถูกแบ่งไปไหมวันนี้
เพราะว่าฉันยินดีที่จะช่วย?
คนเจ็บป่วยระทวยแรงล้าถูกรักษาหรือเปล่า?
เมื่อเขาอยากให้ช่วยฉันอยู่นั่นไหม?
[“ฉันทำความดีบ้างหรือไม่?” เพลงสวด, บทเพลงที่ 109]
… ขอให้เราถามตัวเราว่า … วันนี้ฉันทำอะไรให้ใครบ้าง” ข้าพเจ้าขอแนะนำสมาชิกทั่วโลกให้หาคนที่กำลังลำบากหรือเจ็บป่วยหรือเหงา และทำบางสิ่งให้เขาวันนี้